fbpx

นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท คอลเลคทีฟ วัน จำกัด (ต่อไปนี้จะเรียกแทนว่า ‘บริษัท/เรา’) เป็นผู้ให้บริการเว็บไซต์ https://kollective.one/ และแพลตฟอร์มการตลาดออนไลน์เกี่ยวกับอินฟลูเอนเซอร์มาร์เก็ตติ้ง รวมถึงช่องทางโซเชียลมีเดียอื่น ๆ ในเครือ ดังต่อไปนี้

  • เพจเฟซบุ๊ก Kollective – Integrated Influencer Marketing Optimizer
  • แอ็กเคานต์อินสตาแกรม kollective.th และ kozyhouse.th
  • แอ็กเคานต์ไลน์ออฟฟิเชียล kollective.th
  • แอ็กเคานต์ลิงกต์อิน  Kollective – Influencer Marketing Solution

Kollective เคารพความเป็นส่วนตัวของท่านเป็นอย่างสูง เราจึงถือนโยบายที่ปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าทุกท่านที่ได้มีการเปิดเผยกับบริษัทของเราเป็นสิ่งสำคัญ และต้องการแจ้งให้ท่านทราบเพื่อเข้าใจโดยทั่วกัน ถึงหลักปฏิบัติเรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูล เพื่อให้ท่านได้ใช้บริการของบริษัทเราด้วยความเชื่อมั่น และไร้ข้อข้องใจ

ด้วยเหตุผลดังกล่าว ทางบริษัทจึงทำการร่างนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ เพื่อชี้แจงรายละเอียดสำคัญ เกี่ยวกับวิธีการจัดเก็บ ใช้ และ/หรือเปิดเผย การคุ้มครองข้อมูล การเข้าถึงข้อมูล การโอนย้าย และการวิเคราะห์ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยทั้งหมดนี้จะทำเฉพาะเมื่อยามจำเป็น และจะไม่มีการใช้ข้อมูลของท่านในทางใดที่ก่อให้เกิดความเสียหายเป็นอันขาด

  1. ทางบริษัทเริ่มเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อไหร่

บริษัท Kollective มีนโยบายว่า จะขอความยินยอมจากท่านก่อนเริ่มต้นทำการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทของเรา เว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายให้อำนาจไว้ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24 หรือ มาตรา 26

โดยทางบริษัทของเราจะขอเก็บรวบรวมข้อมูลของท่าน เฉพาะส่วนที่มีความจำเป็น ไว้เป็นระยะเวลา 10 ปี นับตั้งแต่วันที่สัญญาซึ่งผูกกับบริษัทได้ถูกยกเลิก

อย่างไรก็ตาม หากบริษัทของเราได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากท่านด้วยประการใด เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย หรือตามสัญญาที่ได้ทำการร่างไว้ ไม่ว่าจะในรูปแบบใด ทางบริษัทของเราจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า รวมถึงแจ้งเกี่ยวกับผลกระทบที่จะตามมา หากละเมิดกฎหรือปฏิเสธการให้ข้อมูลต่อบริษัท

โดยทางบริษัทมีนโยบายในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลตามช่องทางดังต่อไปนี้

1.1 ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านมอบให้โดยตรงจากการขอใช้บริการบนเว็บไซต์ Kollective.one รวมถึงการลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของบริษัท

1.2 ข้อมูลส่วนบุคคลจากบุคคลที่สาม เช่น ตัวแทน ร้านค้า หรือบริษัทที่ให้การบริการจัดเก็บรวบรวมข้อมูล คู่ค้า พันธมิตร เป็นต้น

1.3 ข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับจากการเข้าเยี่ยมชมเว็ปไซต์ เช่น ชื่อของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และที่อยู่ไอพี (IP Address) ผ่านการเข้าใช้อินเทอร์เน็ต วันที่และเวลาของการเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ หน้าเพจที่เข้าเยี่ยมชมขณะเข้าเว็บไซต์ และที่อยู่ของเว็บไซต์ ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับเว็บไซต์ของบริษัท

1.4 ข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับจากข้อมูลสาธารณะ (Public Records) และที่ไม่ใช่สาธารณะ (Non-Public Records) ที่บริษัทมีสิทธิในการเก็บรวบรวม โดยอิงตามกฎหมาย

1.5 ข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับจากหน่วยงานภาครัฐ หรือหน่วยงานกำกับดูแลที่ใช้อำนาจตามกฎหมาย

  1. จุดประสงค์ในการเก็บข้อมูล

เราจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ที่เกี่ยวเนื่องกับทางบริษัทของเราในลักษณะต่าง ๆ ดังต่อไปนี้:

2.1 เพื่อช่วยให้มีสิทธิในการเข้าถึง และสามารถใช้บริการต่าง ๆ ที่ได้ทำการเลือกรับด้วยตัวท่านเอง

2.2 เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมและแนวโน้มของผู้ใช้บริการ เพื่อปรับปรุงและเข้าใจวิธีที่ผู้ใช้เข้าถึงการบริการ

2.3 เพื่อสร้างชุดข้อมูลที่ไม่สามารถระบุถึงตัวตน (Anonymous) ซึ่งมีการจะนำไปใช้ในการตัดสินใจทางธุรกิจ และเพิ่มประสิทธิภาพการบริการของ Kollective รวมถึงปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของเว็บไซต์ Kollective.one และแพลตฟอร์มอื่น ๆ ในเครือ

2.4 เราจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการติดต่อสื่อสารที่เกี่ยวข้องกับบริการทั้งหมดของ Kollective รวมถึงสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับบริการดังกล่าว และเพื่อส่งอีเมลด้านการตลาดเกี่ยวกับบริการของเรา หรือบริการของหุ้นส่วนของเราจากที่อยู่ของ Kollective เมื่อท่านเลือกขอรับบริการ หรือปฏิบัติการอันใดตามที่กฎหมายอนุญาต ท่านสามารถยกเลิกการรับจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Email) เหล่านี้ได้ด้วยการยกเลิกการเป็นสมาชิก ซึ่งสามารถทำได้ด้วยการปฏิบัติตามที่ปรากฎตรงด้านล่างของอีเมล

ทั้งนี้ ทางบริษัทจะไม่กระทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อผลประโยชน์อื่นใดนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้กับท่านไว้ ไม่ว่าจะก่อน หรือขณะเก็บรวบรวม

  1. ข้อมูลอะไรบ้างที่จะทำการจัดเก็บ

เราเก็บรวบรวมเฉพาะข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านทำการมอบให้ ดังเช่น ชื่อ-นามสกุล อีเมลแอดเดรส ตำแหน่ง ชื่อบริษัท ที่อยู่สำนักงาน เบอร์โทรศัพท์ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสถิติการใช้งานบริการ เช่น งบประมาณการทำการตลาด และพฤติกรรมการเข้าชมเว็บไซต์ในแต่ละหน้า เช่น ชื่อของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และที่อยู่ไอพี (IP Address)  วันที่และเวลาของการเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ หน้าเพจที่เข้าเยี่ยมชมขณะเข้าเว็บไซต์ และที่อยู่ของเว็บไซต์ ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับเว็บไซต์ของบริษัท

  1. วิธีการป้องกันความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นอย่างดีตามมาตรการเชิงเทคนิค ด้วยการจัดเก็บข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์ของเรา ที่มีความปลอดภัยและอื่น ๆ อนึ่ง เรามีมาตรการเชิงบริหารจัดการเพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล การสูญหาย การเข้าถึง ทำลาย นำไปใช้ ดัดแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลนอกวัตถุประสงค์ โดยไม่มีอำนาจหรือโดยไม่ชอบธรรม

ก่อนที่บริษัทจะทำการเก็บรวบรวมข้อมูล ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลของท่าน บริษัทจะทำการขอความยินยอมจากท่านล่วงหน้าเสมอ โดยการขอความยินยอมนั้น ทางบริษัทจะกระทำโดยชัดแจ้ง เป็นรูปแบบหนังสือขออนุญาต หรือแจ้งผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์

อย่างไรก็ตาม เนื่องด้วยการส่งข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตที่ไม่รับรองความปลอดภัยต่อการรั่วไหล แม้ทางบริษัทจะได้มีการพยายามอย่างถึงที่สุดในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เราก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าข้อมูลส่วนบุคคลจากท่าน ที่ทำการส่งผ่านเว็บไซต์ และ/หรือแพลตฟอร์มอื่น ๆ ในเครือของบริษัท จะมีความปลอดภัย ดังนั้น หากมีการแพร่งพรายข้อมูล นอกเหนือจากขั้นตอนที่รัดกุมและการรักษาความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูลของบริษัทเรา เช่น ระบบถูกแฮก หรือมีการตรวจสอบจากภาครัฐโดยไม่มีการขออนุญาตล่วงหน้า ทางบริษัทจะไม่มีส่วนในการรับผิดชอบอันใดในกรณีดังกล่าว

  1.  การเชื่อมโยงข้อมูลส่วนบุคคลกับเว็บไซต์ภายนอก

ทางบริษัทเราอาจมีตัวเลือกให้ท่านสามารถส่งออกข้อมูลไปยังแอปพลิเคชันต่าง ๆ และเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม รวมถึงไซต์เครือข่ายสังคม (Social media) ได้แก่ Facebook, Line, Linkedin ฯลฯ เมื่อส่งออกข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลจากท่านอาจมีการเผยแพร่ต่อบุคคลหรือองค์กรอื่นบนแพลตฟอร์มนั้น ๆ

ด้วยเหตุนี้ ทางเราจึงขอให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทำการศึกษานโยบายข้อมูลส่วนบุคคลของแพลตฟอร์มนั้น ๆ เพื่อให้เข้าใจถึงรายละเอียดการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และเพื่อประกอบการตัดสินใจในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ บริษัทไม่มีส่วนในการรับผิดชอบต่อเนื้อหา นโยบาย ความเสียหาย หรือการกระทำอันเกิดจากเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม

  1. สิทธิของท่านเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล

6.1 สิทธิในการขอถอนความยินยอม: ท่านมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมตามประสงค์ ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่กับบริษัท เว้นแต่ว่าจะมีข้อจำกัดสิทธินั้นโดยกฎหมาย หรือหากทางบริษัทมีสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่าน ไม่ว่าจะเป็นความยินยอมที่ท่านให้ไว้ก่อนวันที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีการใช้บังคับ หรือหลังจากนั้น

6.2 สิทธิในการขอเข้าถึง ขอรับข้อมูลหรือสำเนาข้อมูล: ท่านมีสิทธิยื่นขอการเข้าถึง หรือรับ ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเองที่อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท และขอให้บริษัททำสำเนาข้อมูลดังกล่าวให้แก่ท่าน รวมถึงขอให้เปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคล ที่ท่านไม่ได้ให้ความยินยอมว่าบริษัทได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมาอย่างไร

6.3 สิทธิในการคัดค้าน: ท่านมีสิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม นำไปใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามประสงค์ ในกรณีที่กฎหมายให้อำนาจบริษัทในการเก็บรวบรวมข้อมูลของท่าน โดยไม่ต้องขอความยินยอมจากท่านล่วงหน้า

6.4 สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูล: ท่านมีสิทธิในการยื่นขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

6.5 สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล: ท่านมีสิทธิในการร้องขอให้ลบ ทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของได้ ดังต่อไปนี้

  1.  ข้อมูลของท่านไม่มีความจำเป็นที่จะเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลของท่าน
  2.  เมื่อท่านได้ใช้สิทธิขอถอนความยินยอมและบริษัทไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้
  3.  เมื่อท่านใช้สิทธิคัดค้านตาม ข้อ 5.3 และบริษัทไม่อาจปฏิเสธคำขอได้ตามกฎหมาย
  4.  เมื่อข้อมูลของท่านได้ถูกเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

6.6 สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูล: ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลของท่าน ในกรณีดังต่อไปนี้

  1.  เมื่อบริษัทอยู่ในระหว่างการตรวจสอบตามที่ท่านร้องขอ
  2.  เมื่อเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องลบหรือทำลาย แต่ท่านขอให้ระงับการใช้แทน
  3.  เมื่อข้อมูลของท่านหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลของท่าน แต่ท่านมีความจำเป็นต้องขอให้เก็บรักษาไว้เพื่อใช้ในการตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมายการปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
  4.  เมื่อบริษัทอยู่ระหว่างพิสูจน์คำขอคัดค้านของท่านตามข้อ 5.3 เพื่อดูว่าบริษัทมีอำนาจตามกฎหมายให้ปฏิเสธคำคัดค้านของท่านได้หรือไม่

6.7 ท่านมีสิทธิร้องขอให้บริษัทดำเนินการให้ข้อมูลของท่านนั้นถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด หากบริษัทไม่ดำเนินการตามคำร้องขอ บริษัทจะบันทึกคำร้องขอของท่านพร้อมด้วยเหตุผลไว้เป็นหนังสือ หรือบนระบบอิเล็กทรอนิกส์

6.8 สิทธิร้องเรียน: ท่านมีสิทธิที่จะร้องเรียนต่อผู้มีอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากท่านเชื่อว่าการเก็บรวบรวม นำไปใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เป็นการกระทำในลักษณะที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

6.9 การใช้สิทธิของท่านดังที่กล่าวไปข้างต้น อาจถูกจำกัดภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และอาจมีเหตุจำเป็นให้ทางบริษัทต้องขอปฏิเสธ หรือไม่สามารถดำเนินการตามคำขอใช้สิทธิข้างต้นของท่านได้ในบางกรณี เช่น ต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล หรือการกระทำนั้นเป็นการละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น เป็นต้น

7. การเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัว

เราจะพิจารณาทบทวนนโยบายความเป็นส่วนตัวเป็นประจำ เพื่อให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติ และ กฎหมาย/ข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัว เราจะแจ้งให้ท่านทราบด้วยการปรับปรุงข้อมูลลงในเว็บไซต์ และแพลตฟอร์มอื่น ๆ ในเครือของบริษัทโดยด่วนที่สุด เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต โดยนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับปัจจุบันนี้ถูกทบทวนครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2564

8. ท่านจะติดต่อบริษัทได้อย่างไร

หากท่านต้องการติดต่อสอบถาม หรือต้องการเสนอแนะเกี่ยวกับการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล ท่านสามารถติดต่อบริษัทได้ผ่านช่องทางดังต่อไปนี้

โทร. +6690-293–8951

Email: contact@kollective.one

สถานที่ติดต่อ: อาคารเฉลิมราชกุมารี 60 พรรษา (อาคารจามจุรี 10) ชั้น 19 254 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

บริษัทจะถือว่าเมื่อท่านตกลงรับการใช้บริการใด ๆ ของบริษัท นั่นเป็นการยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการทั้งหมดโดยปริยาย และการตกลงยอมรับดังกล่าวมีผลสมบูรณ์