fbpx

จับตา 5 เทรนด์สำคัญ! Influencer Marketing ประจำปี 2023 

ในปี 2022 นี้หลายคนก็คงได้ทราบถึงอิทธิพลของการทำการตลาดกับ Influencer ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่หลายแบรนด์หันมาลงทุนกันหนักมาก สังเกตได้จาก Influencer ที่มีจำนวนมากขึ้น และคอนเท้นรีวิว หรือ tie in ที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจากปีก่อนๆ และในปี 2023 Kollective มองว่าจะยังเป็นปีแห่งการเติบโตของตลาด influencer และจะมีเทรนด์ใหม่ๆ มาให้ติดตามกันอีกแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นในเชิงของความคิดสร้างสรรค์ ที่ก่อให้เกิดการทำคอนเท้นรูปแบบใหม่ๆ ไปจนถึงเทคโนโลยีต่างๆก็จะเข้ามามีบทบาทในการเติบโตของตลาดนี้มากขึ้น

วันนี้ Kollective จึงจะมาพาไปจับตา 5 เทรนด์สำคัญว่าในปี 2023 ที่จะถึงนี้ Influencer Marketing จะพัฒนาไปอย่างไร มีทิศทางแบบไหน มีอะไรน่าสนใจบ้าง ทั้งนี้ก็เพื่อนำไปเป็นข้อมูลว่าจะทำการตลาดอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ถ้าอยากรู้แล้วไปชมกันเลย

2023 จะเป็นปีของ Micro Influencer ในการทำ Influencer Marketing

ไมโครอินฟลูเอนเซอร์คือกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตาม 100,000 คนหรือน้อยกว่านั้น ซึ่งในปีนี้มีข้อมูลหลายส่วนที่ได้พิสูจน์แล้วว่าไมโครอินฟลูเอนเซอร์สามารถขับเคลื่อน ROI ได้มากกว่าอินฟลูเอนเซอร์กลุ่มอื่นๆ ถึงขั้นที่ถูกเรียกว่า “Middle Power” เลยทีเดียว เพราะอินฟลูเอนเซอร์กลุ่มนี้สามารถสร้างยอด conversions ได้สูงกว่าดารา คนดัง หรือกลุ่ม Mega Influence เสียอีก เนื่องจากมีกลุ่มเป้าหมายที่ เฉพาะกลุ่ม ถึงจะมียอดเข้าถึงน้อยแต่เป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีประสิทธิภาพมากกว่า

ซึ่งจะเห็นได้จากสถิติการค้นหาเกี่ยวกับหัวข้อนี้เพิ่มขึ้นถึง 105% (อ้างอิงตาม Ahrefs Keyword Explorer) เมื่อเทียบจากปี 2019 ถึง 2021 ทั้งยังมีสถิติในเรื่องส่วนแบ่งการตลาดของไมโครอินฟลูเอนเซอร์ที่เติบโตจาก 89% ในปี 2020 เพิ่มขึ้นเป็น 91% ในปี 2021 รวมถึงสถิติที่ชี้ว่ากว่า 92% ของลูกค้าเชื่อถือไมโคร อินฟลูเอนเซอร์มากกว่าโฆษณาแบบดั้งเดิมหรือโฆษณาจากคนดัง และผู้บริโภคกว่า 82% มีแนวโน้มที่จะเป็นผู้ซื้อในสิ่งที่ไมโครอินฟลูเอนเซอร์แนะนำ จนแบรนด์ต่าง ๆ ต้องการใช้กลยุทธ์ Influencer Marketing ที่ดึงอินฟลูเอนเซอร์กลุ่มนี้มาทำการตลาดมากขึ้น

อีกปัจจัยคือคนทั่วไปสามารถเข้าถึงผู้มีอิทธิพลกลุ่มนี้ได้ง่ายกว่า จนคนกลุ่มนี้จะกลายเป็นฮีโร่ในโลกการตลาด เพราะผู้บริโภคมักมองหารีวิว หรือคำแนะนำจากพวกเขา

การกลับมาของ In-store influencers

In-store influencers คือ อินฟลูเอนเซอร์ที่เข้ามามีบทบาทกับการทำการตลาดบนหน้าร้าน ไม่ว่าจะเป็นการโปรโมท แนะนำสินค้า สร้างภาพลักษณ์หรือสร้างการมีส่วนร่วมกับสินค้า ไปจนถึงกระตุ้นการซื้อขายในหน้าร้านจริงไม่ใช่การรู้จัก หรือซื้อขายกันบนโลกออนไลน์

หลายคนอาจจะคิดว่าตอนนี้อีคอมเมิร์ซกำลังบูมและจะมาแทนที่การซื้อขายบนหน้าร้าน แต่พอสถานการณ์เริ่มซาผู้คนก็เริ่มกลับมาซื้อของในร้านค้า หรือแบบ In-store กันอีกครั้ง บวกกับข้อมูลในความเป็นจริงที่ว่าผู้บริโภคโดยทั่วไป 60 ถึง 70% ชอบที่จะซื้อสินค้าทั้งในร้านค้าและทางออนไลน์ควบคู่กันไปอยู่แล้ว     จึงเป็นไปไม่ได้ที่การตลาดแบบ In-store จะหายไปหรือถูกแทนที่ซะทีเดียว

โดยในมุมของการทำการตลาดแบบ Influencer Marketing พักหลังๆ มานี้ก็จะเห็นว่าแบรนด์ต่างๆ เริ่มมีการเชิญผู้มีอิทธิพลในวงการต่างๆ หรือเหล่าอินฟลูเอนเซอร์มายังหน้าร้านจริงเพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์และสร้างการมี ส่วนร่วมกับแบรนด์หรือสินค้ามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการ walk-in พาลองเสื้อผ้าคอลเลคชั่นใหม่ การพาทัวร์ main store การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในหน้าร้าน หรือมีกิจกรรมหน้าร้านมาชวนให้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ ซึ่งความร่วมมือเหล่านี้คือที่มาของการทำการตลาดแบบ consumer-facing marketing (การตลาดที่มุ่งเน้นผู้บริโภค) ทั้งยังเป็นอีกหนึ่งวิธีที่แบรนด์จะใช้อินฟลูเอนเซอร์มาช่วยสร้างพื้นที่สื่อผ่านโซเชียลมีเดียของพวกเขานั่นเอง

Livestream Shopping จะเติบโตและเป็นที่นิยมมากขึ้น

Livestream Shopping คือการเผยแพร่ นำเสนอ หรือให้ความบันเทิงแบบเรียลไทม์ผ่านช่องทางโซเชียล มีเดียหรือสตรีมมิ่งต่างๆ ที่สตรีมสดทางออนไลน์ ซึ่งมีการผูกรวมกับการทำ E-commerce ที่สามารถทำให้ผู้รับชมการถ่ายทอดสดสามารถกดซื้อสินค้าผ่านไลฟ์ได้เลย

โดย Forbes technology เผยว่าตลาด Livestream Shopping ในสหรัฐฯ เพิ่งเริ่มต้นและคาดว่ารายได้จะเพิ่มขึ้นจาก 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2022 เป็น 57,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2025 ซึ่งโมเดลสำหรับตลาดสหรัฐฯ ตอนนี้คือจีนที่มีการเติบโตทางการตลาดแบบ Livestream Shopping อย่างรวดเร็ว สังเกตได้จากในปี 2021 ตลาดไลฟ์สตรีมของจีนมีมูลค่าสูงถึง 327 พันล้านดอลลาร์ (เพย์วอลล์) แถมยังมีการเติบโตแบบปีต่อปีอย่างน่าทึ่งถึง 108%

ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นถึงแรงขับเคลื่อนของตลาด Livestream Shopping ที่กำลังเพิ่มขึ้น และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซจำนวนมากก็เริ่มสนับสนุนกลยุทธ์นี้ ซึ่ง Livestream Shopping จะจัดขึ้นบนแพลตฟอร์ม โซเชียลมีเดีย เช่น Twitch. Facebook live, Instagram live และ TikTok Live รวมถึงเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซอย่าง Taobao ของ Alibaba และ Amazon โดยแอป Taobao เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของจีนที่มีจำนวนผู้ใช้สูงสุด ในขณะที่อีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon ได้เปิดตัวแพลตฟอร์มสตรีมมิงแบบสดชื่อ Amazon Live สำหรับผู้ใช้ในสหรัฐอเมริกาเป็นหลักเพื่อรองรับการตลาดในรูปแบบนี้  

โดยมีผู้เชี่ยวชาญหลายคนวิเคราะห์ว่าเพราะ Livestream Shopping นำเสนอมุมมองที่ไม่ได้รับการแก้ไข ผู้ชมเองจะได้รับข้อมูลจาก influencers ที่เขาไว้วางใจแบบสดๆ ซึ่งในทางตรงกันข้ามคอนเทนต์ประเภทที่เป็นภาพหรือวิดีโอนั้นผ่านการตัดต่อแก้ไข ทำให้ผู้ชมไม่สามารถเชื่อถือได้เต็มที่

ทั้งนี้  livestream shopping สามารถสื่อสารกับลูกค้าที่มีศักยภาพได้โดยตรง และเขายังสามารถซื้อสินค้าผ่านการถ่ายทอดสดได้เดี๋ยวนั้นเลย แถมยังเป็นการทำการตลาดที่อินฟลูเอนเซอร์สามารถอธิบายและทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ใน live ให้เห็นกันสดๆ สามารถสร้าง Real time interactive กับผู้ชม ไปจนสามารถโน้มน้าวให้คนดูกลายเป็นผู้ซื้อจริงได้ในเวลาอันรวดเร็ว

Cross-channel campaigns จะยิ่งสำคัญ

Cross-channel campaigns / marketing คือการตลาดที่มีช่องทางการนำเสนอสินค้าและบริการหลากหลายช่องทาง โดยมีจุดมุ่งหมายคือเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายและลูกค้าได้รับประสบการณ์การใช้งานที่สม่ำเสมอครบทุกแพลตฟอร์ม และแน่นอนว่าต้องคำนึงถึง Customer journey ด้วย เนื่องจากความต้องการด้านการสื่อสารของผู้คนที่มีความหลากหลายมากขึ้น และผู้คนต้องการตัวเลือกที่ยืดหยุ่น ในการรับข้อมูล

โดยมีผลสำรวจพบว่าผู้ใช้โซเชียลมีเดียจะใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่แตกต่างกันโดยเฉลี่ย 6-7 แห่ง เนื่องจากผู้ใช้ทั่วไปหันมาใช้โซเชียลมีเดียในชีวิตประจำวันกันมากขึ้น cross-channel campaigns จึงกลายเป็นสิ่งที่แบรนด์หลีกเลี่ยงไม่ได้ไปโดยปริยาย

ซึ่งการทำงานร่วมกันข้ามช่องทางก็เป็นโจทย์ที่ท้าทายสำหรับแบรนด์ และเป็นการทำ Influencer Marketing ที่จะทำให้แบรนด์สามารถเข้าถึงผู้ชมได้กว้างขึ้นมาก ตัวอย่างเช่น TikTok ใช้เพื่อความบันเทิงเป็นหลัก แต่ Instagram มีไว้เพื่อสังสรรค์ ให้แรงบันดาลใจ และให้คำแนะนำผลิตภัณฑ์

ยกตัวอย่างหนึ่งแบรนด์ที่ทำการตลาดแบบ cross-channel จนเป็นภาพติดตาคนทั่วโลกอย่าง Apple แอปเปิ้ลเองใช้ภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่สอดคล้องกันในหลายช่องทางเพื่อกระตุ้นความต้องการและสร้างความกระตือรือร้นอย่างต่อเนื่องให้กับผู้บริโภค ตั้งแต่โฆษณาดั้งเดิม โฆษณาดิจิทัล ไปจนถึงแอพมือถือและเว็บไซต์ของแบรนด์ ที่แม้ว่าโฆษณานั้นจะไม่ได้ติดโลโก้ผู้คนก็สามารถจำได้ทันทีว่านี่คือ Apple และผลที่ได้คือส่วนแบ่งที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ของตลาดสมาร์ทโฟนในสหรัฐฯ โดยปัจจุบัน Apple อ้างสิทธิ์มากกว่าครึ่งหนึ่งของตลาด ซึ่งตั้งแต่ปี 2555 แบรนด์นี้เติบโตขึ้นกว่า 23 เปอร์เซ็นต์

Creator Marketplaces จะมีความจำเป็นมากขึ้น

Creator Marketplace คือแหล่งรวมฟีเจอร์ที่ช่วยให้แบรนด์และครีเอเตอร์เชื่อมต่อและทำงานร่วมกันได้ ครีเอเตอร์ก็ใช้ความสามารถและการเข้าถึงช่วยให้ธุรกิจบอกเล่าเรื่องราวที่ต้องการไปจนบรรลุเป้าหมายได้ ส่วนธุรกิจเองก็สามารถค้นหา influencers ที่ตรงกับจุดประสงค์ของแบรนด์หรือแคมเปญ เช่น งบประมาณ ภาษา ยอดผู้ติดตาม และความชำนาญพิเศษต่างๆ

ในปี 2022 มีรายงานว่ามีหลายแบรนด์ทุ่มเงินเข้าสู่การตลาดแบบใช้อินฟลูเอนเซอร์เพื่อสรรหาอินฟลูเอนเซอร์ที่ตรงกลุ่มเป้าหมายที่สุด โดยในปี 2022 อุตสาหกรรมนี้มีมูลค่าสูงถึง 16,400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งจะเห็นได้จากตัวแอพพลิเคชั่นชื่อดังอย่าง TikTok เองก็มีระบบที่เรียกว่า TikTok Creator Marketplace (TTCM) ที่เป็นเหมือนกับ “ตลาด” ที่มี Influencer ในแพลทฟอร์ม TikTok มาให้แบรนด์ หรือตัวแทนของแบรนด์ต่างๆ มาเลือกช็อปได้ตามความต้องการ นี่จึงแสดงให้เห็นว่าการหาอินฟลูเอนเซอร์ต้องมีตลาดหรือตัวกลางมารองรับเพื่อเป็นแหล่งรวบรวม และสร้างการตลาดแบบวัดประสิทธิภาพได้ ผ่านระบบหลังบ้านที่น่าเชื่อถือ

ซึ่งปัจจุบัน Kollective ก็มีเครื่องมือที่จะเป็นเหมือน marketplaces ที่จะให้แบรนด์สามารถค้นหา Influencer ที่ต้องการ สร้างความมั่นใจในการเข้าถึงเป้าหมายได้จริงด้วยเครื่องมือที่ชื่อ Kolify ที่ถูกพัฒนามาให้เป็นแพลตฟอร์ม Influencer marketing ที่ตอบโจทย์นักการตลาดโดยเฉพาะ

  • Audience-based discovery ค้นหา Influencer ด้วยลักษณะของกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ
  • Influencer data scoring วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของ Influencer พร้อมระบบประเมินผลลัพธ์ก่อนเริ่ม
  • Performance dashboard วัดและติดตามผลลัพธ์ของแคมเปญอย่างเป็นระบบ

และทั้งหมดนี้คือเทรนด์ Influencer Marketing ในปี 2023 ที่จะมีประโยชน์ต่อแบรนด์ของคุณ ซึ่งแน่นอนว่าข้อดีของการนำเทรนด์ต่างๆ เข้ามาใช้กับการทำการตลาดคือการที่คุณสามารถทำการตลาดได้แบบทันสมัย มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมยจนสร้างยอดขายได้นั่นเอง

และการทำการตลาดที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพคือการตลาดที่ Kollective เชื่อมั่น ลงมือทำ และพัฒนาอยู่เสมอ เพราะฉะนั้นสำหรับนักลงทุนในแบรนด์ต่างๆ หรือนักการตลาดการมีผู้ช่วยที่มีความเชี่ยวชาญ มาช่วยดูแลจัดการให้ตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผน จะสามารถผลักดันผลลัพธ์ให้มากที่สุดภายใต้การควบคุมค่าใช้จ่ายให้ดีที่สุด ทั้งยังตอบโจทย์และตรงเป้าหมายที่แบรนด์ต้องการได้อย่างดีเพราะเรามีทีมมืออาชีพ และเครือข่าย Influencer ที่ยิ่งใหญ่ ทำให้การจัดการวางแผนงานของคุณง่ายและสะดวกกว่าที่คิด 


หรือสอบถามโดยตรงได้ที่  090-293-8951 (คุณกอล์ฟ ฝ่ายการตลาด)
Facebook: Kollective – Integrated Influencer Marketing Optimizer
Line: @kollective.th
Website: https://kollective.one
Email:contact@kollective.one

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *