fbpx

ทวนความจำ มาทำความรู้จัก influencer marketing

หลายปีมานี้หลายคนคงคุ้นหูกับคำว่า influencer marketing กันมามากแล้ว และยังมีหลายข้อมูลที่ชี้ว่าการตลาดรูปแบบนี้มีอิทธิพลต่อผู้คนเป็นอย่างมาก อ้างอิงจากข้อมูลของ influencer marketing hub ที่รวบรวมข้อมูลได้ว่าในปี 2022 การตลาดที่ใช้อินฟลูเอนเซอร์เติบโตขึ้นเป็น 16.4 พันล้านดอลลาร์ และตั้งแต่ปี 2016 การค้นหาคำว่า Influencer Marketing ใน Google เพิ่มขึ้นถึง 465% ซึ่งตีความได้ว่าผู้คนกำลังหลั่งไหลเข้ามาเพื่อทำความรู้กับการตลาดรูปแบบนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ดังนั้นการตลาดรูปแบบนี้คือสิ่งที่เจ้าของแบรนด์ต้องรีบตามเทรนด์และใช้ประโยชน์จากมันให้ทัน เพราะไม่ว่าจะในธุรกิจเล็กหรือใหญ่ก็หันมาพึ่งพิงอิทธิพลของคนดังเหล่านี้เพื่อผลักดันสินค้าหรือบริการของตัวเองให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น วันนี้ Kollective จึงจะชวนเจ้าของแบรนด์ต่างๆ มาทวนความจำและทำความรู้จักกับประเภทต่างๆ ของ influencer เพื่อนำไปประกอบการตัดสินใจในการเลือกใช้งานให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย งบประมาณ และจุดประสงค์ของแบรนด์ต่อไป จะมีอะไรบ้างตามมาดูกันเลย

Influencer คืออะไร?

Influencer marketing คือการใช้ชื่อเสียงของคนดังมาช่วยสร้าง awareness โดยการรีวิว แนะนำ รวมถึงทดลองสินค้าหรือบริการให้กับแบรนด์ ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของตนเองไม่ว่าจะเป็น Facebook, IG, Youtube หรือโซเชียลมีเดียที่กำลังมีอิทธิพลมากอย่าง Tiktok

โดย Influencer ไม่จำเป็นต้องเป็นคนดัง ดารา หรือเหล่าเซเลบริตี้ เพราะ influencer คือผู้มีอิทธิพลที่สามารถอยู่ที่ไหนก็ได้ ประกอบอาชีพอะไรก็ได้ พวกเขาสามารถเป็นใครก็ได้ เพราะสิ่งที่ทำให้พวกเขามีอิทธิพลคือผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดีย ขอให้เจ้าของแบรนด์คำนึงว่าไม่ว่าแบรนด์ของคุณจะเป็นแบรนด์สินค้าหรือบริการแบบไหน มีกลุ่มเป้าหมายเป็นใคร คุณก็สามารถหาอินฟลูเอนเซอร์ที่เหมาะกับแบรนด์ของคุณได้ เพราะอินฟลูเอนเซอร์มีอยู่ในทุกๆ อุตสาหกรรมเพียงแค่ต้องค้นหาพวกเขาให้เจอ

ทั้งนี้อินฟลูเอนเซอร์บางคนอาจจะมีผู้ติดตามหลายแสนคน หรือบางคนอาจมีผู้ติดตามเพียง 10,000 คนหรือน้อยกว่านั้น แต่สิ่งสำคัญที่คุณควรคำนึงถึงคือชื่อเสียง อิทธิพล และความเชี่ยวชาญในแวดวงของเขา ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อการทำการตลาดของเราต่อไป โดยอินฟลูเอนเซอร์มีหลายประเภทจำแนกเป็นแบบแบ่งตามผู้ติดตามได้ดังนี้

 Influencer แบบแบ่งตามจำนวนผู้ติดตาม

1. Nano Influencer

Nano Influencer คือ Influencer ที่มีผู้ติดตามตั้งแต่หลัก 1,000 – 10,000 คน อาจจะเข้าถึงคนได้ไม่มากแต่มีข้อดีคือเรทราคาที่ไม่สูงมากและจะให้ความรู้สึกที่ใกล้ชิด จริงใจ เป็นกันเอง และน่าเชื่อถือแบบเพื่อนบอกเพื่อน เพราะอินฟลูเอนเซอรืประเภทนี้มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับผู้ติดตาม มีอิทธิพลในการโน้มน้าวใจได้ง่ายกว่า เหมาะสำหรับแบรนด์ที่มีกลุ่มเป้าหมายชัดเจนและเฉพาะด้าน (Niche Market) หรือแบรนด์ B2C (Business to Customer) ที่เป็นสินค้า/บริการที่ตัดสินใจซื้อง่าย ไม่ต้องใช้เวลาศึกษาเยอะ ราคาไม่แรง เช่นพวกของอุปโภค/บริโภค

2. Micro Influencer

Micro Influencer คือ Influencer ที่มีผู้ติดตามตั้งแต่ 10,000 – 50,000 คน เข้าถึงคนได้มากขึ้นจากกลุ่ม Nano และมักเป็นผู้มีอิทธิพลทางความคิด หรือที่เราคุ้นหูกันว่า KOL (Key Opinion Leader) มีข้อดีคือเป็นกลุ่มผู้มีอิทธพลขนาดกลางที่เข้าได้ถึงผู้คนได้หลากหลายประเภท เหมาะกับหลากหลายแบรนด์ทั้งสินค้า/บริการที่เฉพาะทางหรือแนวไลฟ์สไตล์ทั่วไป เช่น ของกิน ที่เที่ยว ช้อปปิ้ง และยังสามารถให้ภาพลักษณ์ที่ดูน่าไว้วางใจ เหมาะกับสินค้าหรือบริการที่ต้องการความน่าเชื่อถือ เช่น การเงิน-การลงทุน แฟชั่น เครื่องสำอาง กีฬา เกม เป็นต้น

3. Macro Influencer

Macro Influencer คือ Influencer ที่มีผู้ติดตามตั้งแต่ 100,000 – 1,000,000 คน มีข้อดีคือเข้าถึงคนได้จำนวนมาก สามารถสร้างการรับรู้แบรนด์ได้ดีกว่าอินฟลูเอนเซอร์กลุ่มทั่วไป แต่อาจจะมีเรทราคาสูง หวังผลเชิงกระตุ้นการขายยากเพราะอินฟลูเอนเซอร์กลุ่มนี้มักเป็นดารา คนในวงการบันเทิง เน็ตไอดอล หรือกลุ่มคนที่ทำ influencer เป็นอาชีพ ทำให้ไม่ได้ให้ความรู้สึกแบบเป็นกันเอง หรือเป็นการบอกต่อสินค้าหรือบริการแบบปากต่อปาก จึงเหมาะกับสินค้า/บริการที่อยากสร้างการรับรู้ให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก เปิดตัวสินค้า หรือแนะนำโปรโมชั่น  เป็นต้น

4. Mega Influencer

Mega Influencer คือ Influencer ที่มีผู้ติดตามตั้งแต่ 1,000,000 คนขึ้นไป คนกลุ่มนี้มักจะได้ชื่อว่าเป็น Celebrity / Mass Publisher มีข้อดีคือสามารถสร้างการรับรู้ได้เป็นจำนวนมากภายในโพสต์ครั้งเดียว แต่จะเหมาะกับแบรนด์ที่มีงบประมาณสูง หรือสินค้า/บริการที่ไม่ได้เจาะจงกลุ่มเป้าหมายมากนัก เน้นสร้าง awareness เพียงอย่างเดียว

Influencer แบบแบ่งตามประเภทคอนเทนต์

อย่างที่ทราบว่าสิ่งสำคัญในการทำการตลาดกับอินฟลูเอนเซอร์คือต้องคำนึงถึงกลุ่มเป้าหมายและจุดประสงค์ของแบรนด์เป็นหลัก เพื่อให้เกิดการทำการตลาดที่มีประสิทธิภาพและผลลัพธ์ที่ดีที่สุด โดยการจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ก็ต้องเข้าไปแทรกซึมในชีวิตประจำวันหรือคอนเทนต์ที่กลุ่มเป้าหมายของเราเสพ เพราะฉะนั้นการเลือกอินฟลูเอนเซอร์จึงต้องคำนึงถึงประเภทคอนเทนต์ที่เขาผลิตด้วยเช่นกัน

  1. สาย Gamers และ Live Streamers

อินฟลูเอนเซอร์กลุ่มนี้จะมีอิทธิพลต่อกลุ่มเป้าหมายที่เฉพาะทาง หรือคนที่สนใจ gadget เทคโนโลยีมากเป็นพิเศษ ทั้งนี้อาจจะไม่เสมอไปเพราะถ้าอิฟลูเอนเซอร์คนนั้นๆ มีผู้ติดตามเยอะหรือคนทั่วไปรู้จักดีก็อาจจะสามารถสร้างการรับรู้แบรนด์ประเภทอื่นๆ ได้เช่นกัน

  • สายสุขภาพ กีฬา และฟิตเนส

อินฟลูเอนเซอร์กลุ่มนี้จะมีอิทธิพลต่อสินค้า/บริการประเภทของกิน หรือ gadget เพื่อสุขภาพมากเป็นพิเศษเพราะฉะนั้นจึงถือว่าเป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่ค่อนข้างเฉพาะกลุ่ม เข้าถึงคนทั่วไปได้ไม่มาก แต่ถ้าเลือกใช้งานได้ถูก คนกลุ่มนี้จะสามารถสร้างความน่าเชื่อถือแกสินค้าที่ตรงกลุ่มเป้าหมายของเขาได้ดีมากทีเดียว

  • สาย Bloggers/ Vloggers

คนกลุ่มนี้จะมีคอนเทนต์ที่เผยชีวิตส่วนตัวไลฟ์สไตล์มากเป็นพิเศษ จึงค่อนข้างมีอิทธิพลกับสินค้า/บริการที่ตัดสินใจซื้อง่าย ใช้ได้ในชีวิตประจำวันมากกว่าสินค้าเฉพาะทาง เพราะกลุ่มเป้าหมายของคอนเทนต์แนวนี้ไม่ได้มองหาความรู้เฉพาะทาง เพียงแต่ต้องการความเพลิดเพลินเท่านั้น

  • สายท่องเที่ยว

คนกลุ่มนี้จะนำเสนอคอนเทนต์ที่เน้นเนื้อหาการท่องเที่ยว ภาพสวยๆ บรรยากาศดีๆ หรือประสบการณ์ใหม่ๆ เพราะฉะนั้นการจะสอดแทรกสินค้า/บริการเข้าไปในคอเนทนค์แนวนี้อาจจะจำเป็นต้องเป็นสอนค้า/บริการที่เข้ากับคอนเทนต์จริงๆ เช่น ตั๋วเครื่องบิน ที่พัก โรงแรม หรือ gadget ที่ใช้ในการท่องเที่ยวเป็นต้น

  • สายความงาม

กลุ่มนี้มักจะจะมีอิทธิพลกับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เพราะพวกเขาจะนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับเครื่องสำอาง ครีมบำรุง หรือของใช้เพื่อบำรุงความงาม จึงเป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่เหมาะกับสินค้าแนวๆ นี้ โดยมีข้อดีคือกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์กลุ่มนี้ค่อนข้างมีจำนวนมาก หาใช้งานง่าย จึงสามารถเลือกประเภทอินฟลูเอนเซอร์จากผู้ติดตามได้หลาย range

  • สายแฟชั่น

อินฟลูเอนเซอร์กลุ่มนี้จะมีกลุ่มเป้าหมายที่คล้ายคลึงกับกลุ่มสายความงาม แต่อาจจะมีความเฉพาะทางขึ้นมาสักหน่อย เพราะสินค้าแนวแฟชั่นจัดว่าเป็นสินค้าฟุ่มเฟื่อยที่ไม่ได้เข้าถึงคนทั่วไปได้ง่ายนัก ยิ่งถ้าสินค้าของคุณมีราคาที่ค่อนข้างสูงยิ่งจำเป็นต้องเลือกอินฟลุเอนเซอรน์ที่มีภาพลักษณ์ตรงกับแบรนด์ และมีระดับความน่าเชื่อถือสูงไปด้วย

  • สายครอบครัว

คนกลุ่มนี้มักจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายขึ้นอยุ่กับคอนเทนต์ที่เขาผลิต เช่นเขาอาจจะเน้นพาครอบครัวไปกิน พาครอบครัวไปเที่ยว หรือพาครอบครัวไปใช้บริการที่ต่างๆ ทำให้การเลือกใช้อินฟลูเอนเซอร์กลุ่มนี้อาจจะต้องทำการสำรวจเนื้อหาที่เข้ากับคอนเทนต์ที่เขาผลิตอยู่แล้ว จะได้ทำให้สินค้า/บริการของเราดูกลมกลืนและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้โดยไม่ดูยัดเยียดจนเกินไป

  • สายกิน รีวิวอาหาร

มาถึงกลุ่มสุดท้ายซึ่งเป็นกลุ่มที่ค่อนข้างกว้างและมีจำนวนมากอยู่เหมือนกัน อินฟลูเอนเซอร์กลุ่มนี้จึงมีให้เลือกใช้งานเยอะ แล้วแต่สไตล์การนำเสนอและภาพลักษณ์ของสินค้าของคุณ เช่น สายกินที่เน้นรีวิวร้านใหม่ๆ สายกินที่เน้นกินจุ สายกินที่เน้นอาหารหรู จึงควรเลือกใช้อินฟลูเอนเซอร์ให้เหมาะกับสินค้าของแบรนด์จึงจะมีประสิทธิภาพดีที่สุด

ทั้งหมดนี้คือความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ Influencer ที่เหมาะสำหรับเจ้าของแบรนด์ต่างๆ เพื่อนำไปพัฒนาในการทำการตลาดสนับสนุนยอดขายกันต่อไปได้ และถ้าคุณเป็นหนึ่งคนที่กำลังลังเลที่จะใช้งาน influencer marketing ก็คงต้องบอกเลยว่านี่คือการตลาดที่น่าลงทุนที่สุดในยุคนี้แล้ว เห็นได้จากข้อมูลการตลาดมากมายและศักยภาพของ Influencer ที่ผลักให้หลายๆ แบรนด์ในตลาดได้เป็นที่รู้จักและสร้างการพิจารณาแบรนด์ ตลอดจนพลิกเกมการขายของแบรนด์ให้มียอดขายมหาศาลมามากมาย

ถ้าคุณคือเจ้าของแบรนด์ที่อยากพัฒนาแบรนด์ผ่านการตลาดแบบอินฟลูเอนเซอร์ที่เชี่ยวชาญและคาดหวัง หรือคุณยังเป็นเจ้าของแบรนด์มือใหม่ที่มองหาการทำการตลาดกับอินฟลูเอนเซอร์แบบไม่ยุ่งยาก Kollective คือผู้ช่วยที่จะทำให้เป้าหมายของคุณเป็นจริงได้ ภายใต้การดูแลอย่างครบวงจรของเรา ตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผน ลงมือทำ ติดตามผล รวมไปถึงพัฒนางานเพื่อสร้างประสิทธิภาพสูงที่สุดภายใต้การควบคุมค่าใช้จ่ายให้ดีที่สุด

ไว้ใจ Kollective กับทีมมืออาชีพ และเครือข่าย Influencer ขนาดใหญ่ของเราที่จะทำให้การจัดการวางแผน Influencer Marketing ง่ายและสะดวกกว่าที่คิด


หรือสอบถามโดยตรงได้ที่  090-293-8951 (คุณกอล์ฟ ฝ่ายการตลาด)
Facebook: Kollective – Integrated Influencer Marketing Optimizer
Line: @kollective.th
Website: https://kollective.one
Email:contact@kollective.one

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *